วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

{Attack On Titan:Levi x Eren } Kill me - Kiss me.-2:

{Attack On Titan:Levi x Eren } Kill me - Kiss me.-2:

Chapter 2


ตลอดทางที่ผ่านมาร่างบางยังคงเอาแต่นิ่งเงียบ นัยน์ตากลมโตเหม่อลอยออกไปนอกกระจกรถอย่างไร้จุดหมาย ชายหนุ่มทอดสายตามองคนร่างบางแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม
กินอะไรบ้างหรือยัง คนถูกถามละสายตาจากหน้าต่างหันมาสายหน้าช้าๆ
เบลทรูท กลับไปแล้วหาอะไรให้เขากินด้วยนะ หันไปสั่งมือขวาคนสนิทก่อนจะเปิดแท็บเล็ทในมือเช็คข้อมูลข่าวสารการตลาดประจำวัน
ครับ
 “คุณรีไวรับ เรื่องแจนล่ะครับ จะให้ผมทำยังไงต่อ
จัดการตามที่ฉันสั่งก็พอ ชายหนุ่มตอบเสียงเข้มทั้งที่ตายังไม่ละไปจากแท็บเล็ทในมือ เบลทรูทจึงพยักหน้ารับเงียบๆ
ส่งฉันที่โรงพยาบาล แล้วพาเขากลับไปจัดการตัวใหม่ให้เรียบร้อยก่อนที่ฉันจะกลับ
ครับ

เมื่อรถจอดลงที่หน้าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ชายหนุ่มก็รีบสาวเท้าลงจากรถไปโดยไม่รั้งรอ
รุสโซ่ อัลปาชิโน่ ตามอารักขาคุณรีไวด้วย เบลทรูทออกคำสั่งผ่านวิทยุสื่อสารตัวจิ๋วแล้วจึงหันไปสั่งให้คนขับออกรถ พลางหันไปส่งยิ้มให้ร่างบางที่ดูมีท่าทีสงสัยแต่กลับไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร
กลับบ้านกันนะครับ


ชายหนุ่มก้าวย่างผ่านเส้นทางต่างๆราวกับรู้จักโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอย่างดี ห้องผู้ป่วยหนักวีไอพี ซึ่งเป็นเป้าหมายปรากฏขึ้นตรงหน้า
รออยู่ตรงนี้ หันไปสั่งผู้ติดตามก่อนจะเข้าไปในห้อง เมื่อประตูเปิดออก เสียงมอนิเตอร์สัญญาณชีพ เสียงเครื่องช่วยหายใจก็ดังเข้าสู่โสตประสาทเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ ชายหนุ่มก้มศีรษะแสดงความเคารพแก่ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยอย่างนอบน้อม
อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ เมื่อคืนคงจะหลับฝันดีนะครับ มือใหญ่วางลงบนเท้าที่เย็นชืดของบิดาแล้วกระชับผ้าห่มคลุมไว้เพื่อให้ความอบอุ่น
แต่เมื่อคืน ทั้งผม ทั้งคนของเรายังไม่ได้นอนกันเลยล่ะครับ มัวแต่วิ่งวุ่นวายกันทั้งคืนกว่าจะตามตัวเจอเก้าอี้เฝ้าไข้ถูกลากมาวางข้างเตียงผู้ป่วยแล้วจึงนั่งลง
แต่ก็นับว่าไม่เสียแรงเปล่าหรอกครับ ยิ้มอย่างดีใจขณะค่อยๆแนบแก้มของตนลงบนมือแห้งกร้านของบิดาช้าๆ
แสงสว่างของผม ในที่สุด ผมก็เจอสักที


เมื่อรถหยุดนิ่งลงที่หน้าคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ที่ไม่คุ้นตา นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ร่างบางเริ่มมีท่าทีลังเล
นี่คือบ้านของคุณรีไวรับ คุณรีไวให้คุณอยู่ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
หนุ่มร่างบางพยักหน้ารับเงียบๆ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเจ้านายคนใหม่ของเขาคือชายผู้มีนามว่า รีไว ในเมื่อมันเป็นคำสั่งของเจ้านาย ตุ๊กตาอย่างเขาก็ไม่อาจขัดขืน
เชิญครับ ผมจะพาคุณไปพักผ่อน
คฤหาสน์หลังนี้แลดูโอ่อ่า สภาพแวดล้อมรอบบ้านแลดูร่มรื่น สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ขนาบด้านข้าง ในขณะที่พื้นที่ด้านหลังคฤหาสน์ถูกเปลี่ยนให้เป็นสนามขี่ม้าขนาดใหญ่ ดูท่าบ้านหลังนี้คงจะกินพื้นที่กว้างขวางน่าดู
เชิญทางนี้ครับ
ร่างบางถูกเบลทรูทนำตัวขึ้นมายังชั้นบน ห้องนอนขนาดใหญ่จัดตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนสบายตาถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว
ผมจะเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้ แล้วคุณค่อยเข้าไปอาบน้ำนะครับเบลทรูทจัดหาเสื้อผ้าที่พร้อมเปลี่ยนออกมาวางไว้บนเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป สักพักจึงโผล่ออกมา
น้ำอุ่นได้แล้วครับ เชิญคุณตาม......... เมื่อเห็นร่างบางเปลือยกายเดินผ่านประตูห้องน้ำเข้าไปด้วยท่าทีเฉยเมย เบลทรูทก็รู้สึกตกใจไม่น้อย แต่พอเห็นว่าร่างบางยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องน้ำไม่ขยับตัวไปไหนสักทีนั่นยิ่งทำให้เขาหนักใจมากขึ้น
ลงไปแช่ในอ่างสิครับ ตัวจะได้อุ่น เรือนร่างขาวบางขยับลงไปแช่ในอ่างน้ำอย่างว่าง่าย พอลงไปนั่งในอ่างแล้วก็กลับนิ่งเฉยอยู่แบบนั้น เบลทรูทลอบถอนหายใจ.....นี่ต้องให้เขาคอยบอกทุกอย่างเลยรึไงกัน!!!!
คนๆนี้งดงามราวกับตุ๊กตาที่มีชีวิต แต่ไร้ความรู้สึกนึกคิดและจิตใจเป็นของตนเองราวกับหุ่นยนต์

เบลทรูทจัดแจงถอดเสื้อสูทวางทิ้งไว้ แล้วบรรจงม้วนแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเพื่อให้สะดวกแก่การเคลื่อนไหว พลางหยิบสบู่และแชมพูติดมือไปด้วย
ผมช่วยนะครับ ฝักบัวอุ่นๆฉีดน้ำราดลงไปบนกลุ่มผมนุ่ม เบลทรูทเอ่ยถามขณะที่ช่วยสระผมให้
จะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีครับ
เอเลน.......
ครับ คุณเอเลน ร่างสูงยิ้มรับขณะเปิดน้ำล้างแชมพูออกแล้วนวดศีรษะให้ร่างบางอีกครั้ง  เอเลนหลับตา ท่าทีดูผ่อนคลายลง ยามเมื่อเบลทรูทเริ่มลงสบู่บนตัวร่างบางจึงเพิ่งจะสังเกตเห็น ตามเนื้อตัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้โค้ทตัวใหญ่เต็มไปด้วยร่องรอยเขียวช้ำมากมาย รอยแผลเป็นเล็กๆน้อยๆจากการถูกฟาดด้วยแส้ยังคงมีอยู่ แต่ที่แผ่นหลังนี่สิ ที่ไม่เห็นเมื่อครู่เป็นเพราะไม่ได้สนใจจะมอง แต่สัมผัสขรุขระบนแผ่นหลังรวมทั้งรอยนูนเป็นปื้นขนาดใหญ่ที่หลงเหลือจากการถูกไฟไหม้กลับปรากฏให้เห็นเด่นชัดกลางแผ่นหลังเนียน
แผลไฟไหม้ที่ใหญ่ขนาดนี้คงจะทรมานน่าดู ทั้งยังทิ้งร่องรอยน่าเกลียดขนาดนี้เอาไว้แสดงว่า คงไม่ได้รับการเยียวยาบาดแผลที่ถูกวิธี
เบลทรูทบรรจงไล้สบู่ผ่านแผ่นหลังขรุขระเบาๆ
ไม่เจ็บแล้วล่ะ ไม่ต้องสนใจหรอก ถึงยังไงก็ไม่มีทางเจ็บไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้วล่ะ เสียงหวานจากเจ้าตัวดังมาเบาๆ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณต้องทนทุกข์ทรมานแค่ไหน ผ่านเรื่องเลวร้ายอะไรมาบ้าง....คุณเอเลน

เสื้อผ้าชุดลำลองถูกสวมใส่บนเรือนกายบางด้วยความช่วยเหลือของร่างสูงจนเรียบร้อย
อยากลงไปเดินดูรอบๆบ้านหน่อยมั้ยครับ เอเลนส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ
เจ้านาย?......
งั้นลงไปรอคุณรีไวข้างล่างด้วยกันนะครับ เมื่อเสียงรถยนต์คุ้นหูจอดลงที่หน้าบ้าน เบลทรูทก็รีบผละจากการดูแลเอเลนออกไปต้อนรับทันที
เป็นยังไงบ้าง
อาบน้ำแล้วครับ แต่ยังไม่ยอมทานอาหารบอกว่าจะรอคุณก่อน ตอนนี้กำลังดูโทรทัศน์อยู่เลยครับ
รีไวตวัดตามองร่างบางซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น ถึงแม้สายตาจะจับจ้องอยู่ที่จอโทรทัศน์ แต่มือบางกลับกดปุ่มรีโมทเปลี่ยนช่องทุกสามวินาที ราวกับว่ารายการพวกนี้ไม่มีอะไรที่น่าดูเลยสักอย่าง
เป็นอย่างนั้นนานแล้วเหรอ เสียงทุ้มเอ่ยถาม เบลทรูทถอนหายใจออกมาเบาๆ
ครับ เป็นแบบนั้นตลอด ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
แล้วเรื่องที่ให้จัดการว่ายังไง
ตอนนี้อยู่ที่โรงเลี้ยงม้าครับ

รีไวรีบร้อนเดินออกจากบ้านไปโดยมีเบลทรูทตามประกบมาติดๆ โรงเลี้ยงม้า มีชายชุดดำติดอาวุธครบมือคอยเฝ้าทางเข้า ออก อยู่ประมาณสาม สี่คน เบลทรูทเดินนำชายหนุ่มไปยังคอกที่ว่าง หน้าคอกแห่งนั้นยังมีคนของพวกเขาเฝ้าอยู่อีกชั้น เมื่อเห็นเจ้านายพร้อมทั้งมือขวาคนสนิทมาถึง หนึ่งในคนนั้นก็รีบรายงานทันที
ยังไม่ฟื้นครับ
ปลุกมันขึ้นมา!!!” รีไวออกคำสั่งเสียงเฉียบ
ถังน้ำใบใหญ่ถูกสาดใส่คนเจ็บที่นอนแผ่อยู่บนพื้นฟางถังแล้วถังเล่า คนที่หลับใหลเริ่มจะได้สติขึ้นมา
ลุกขึ้นมา แจน กิลชูไตน์......ฉันรู้ว่าแกตื่นแล้ว คนเจ็บค่อยๆขยับกายหยัดตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า
แกเป็นใคร น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก
ไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันเป็นใคร รู้แค่ว่าฉันรู้จักแกกับคุณชายของแกก็พอ
ปล่อยคุณชายของฉัน
มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องทำตามลมปากของแก รีไวยกปลายเท้าเชยคางคนเจ็บให้มองสบตากับตัวเขาชัดๆ
ก็บอกแล้วไง ว่าให้ฆ่าฉัน....แล้วปล่อยคุณชายของฉันไป
คิดว่าชีวิตแกมีค่ามากพอที่จะแลกกับคุณชายของแกเชียวเหรอ รีไวยิ้มเหยียดกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อย
ปล่อยไปแล้วไง ให้คุณชายแกไปนอนข้างถนน กินดินกินทรายเหมือนพวกหมาจรจัดอย่างนั้นเหรอ
อย่าทำร้ายเขาแค่นี้เขาก็ทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว แกจะเอายังก็ได้ ขอแค่อย่าทำร้ายคุณชายอีกก็เป็นพอ
แกก็เห็นไม่ใช่เหรอคุณชายของแกแทบจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าขาดเจ้าของ ตอนนี้ฉันก็ช่วยสงเคราะห์รับหน้าที่เป็นเจ้าของคนใหม่ให้ไงล่ะ
อย่าทรมานเขา ฉันขอร้อง ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใครมีจุดประสงค์อะไร แต่ขอร้อง อย่ารังแกเขาเป็นพอ
ฉันจะให้คุณชายของแกอยู่ที่นี่ และฉันก็มีข้อเสนอให้แก......แจน กิลชูไตน์ ฉันรู้ว่าแกรักคุณชายของแกมาก เพราะฉะนั้นในระหว่างที่คุณชายของแกอยู่ในความดูแลของฉัน ฉันจะให้แกอยู่ที่นี่ด้วย แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้ดูแล......แกต้องอยู่ที่นี่ ในฐานะมือสังหารของฉัน
ไม่ได้......ทำแบบนั้นไม่ได้ คุณชายต้องมีคนดูแล
เบลทรูทจะดูแลทุกอย่างให้คุณชายของแก ส่วนแกมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของฉันก็พอ ถ้าอยู่ที่นี่ในฐานะคนของฉันแกก็ยังพอจะมีโอกาสได้เจอกับคุณชายของแกอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่.....เส้นทางสุดท้ายของแกก็คือ......ตาย!!!”รีไวกล่าวขณะที่คว้าปืนจากลูกสมุนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาจ่อหน้าผากแจน
ว่ายังไงจะยอมเป็นทาสฉันเพื่อคุณชายของแก หรือจะยอมตายอย่างหมาข้างถนนไร้ทางสู้
แจนเงียบ เหงื่อบนหน้าผากไหลซึมลงมาตามใบหน้าเรียวได้รูป รีไวเองก็ไม่ได้รีบร้อน ยังคงรอฟังคำตอบอย่างใจเย็น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
ฉันยอม.......ยอมแล้วทุกอย่าง ไม่อาจขัดขืนได้แต่หลับตาลง ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี

ปัง!!!!!

กระสุนปืนแผดเสียงดังลั่นเสียจนหมู่นกแตกฮือออกจากรัง เลือดสีแดงข้นสาดกระจายเต็มกองฟาง ร่างที่อ่อนแรงแผ่หลาลงคลุกฝุ่นอยู่บนพื้น นอนหอบหายใจรวยริน
แจน กิลชูไตน์ตายไปแล้ว ตอนนี้แกเป็นคนของฉันจำไว้ เอิร์ด...... อย่าได้คิดหนี เพราะถึงจะหนีแกก็ไม่มีทางหลุดพ้นเงื้อมมือฉันได้ รีไวจิกผมที่ชื้นเหงื่อและเลือดของแจนขึ้นมากระซิบเบาๆ
ฉันจะทำให้แกรู้ว่าการเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อคุณชายของแกมันทรมานยิ่งกว่าตาย แล้ววันหนึ่งแกจะนึกเสียดายความตายที่ฉันเคยหยิบยื่นให้ ไม่เชื่อก็คอยดู.......เอิร์ด
จัดการปิดฉากแจน กิลชูไตน์เสียให้เรียบร้อย แล้วสร้างฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เอิร์ด จินขึ้นมาใหม่.......ต่อจากนี้ไปจะไม่มีแจน กิลชูไตน์อยู่บนโลกนี้อีก
ครับ..... เบลทรูทรับคำในขณะที่รีไวเดินออกจากโรงเลี้ยงม้าไป แจนที่อ่อนระโหยโรยแรงจ้องมองแผ่นหลังกำยำที่กำลังเดินห่างออกไปด้วยความเคียดแค้น เบลทรูทนั่งลงพูดกับเขาเบาๆพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
ผมจะให้คนส่งคุณไปโรงพยาบาล......รีบหายแล้วคุณจะได้กลับมาพบกับคุณเอเลนอีกนะครับ


เมื่อรีไวกลับเข้ามาในบ้านก็ยังพบว่าเอเลนยังคงเอาแต่นั่งเปลี่ยนช่องโทรทัศน์อยู่ที่เดิม
ทำไมไม่กินข้าว เสียงทุ้มเอ่ยถาม เอเลนรีบวางรีโมทแล้วลุกขึ้นมาหาทันที
ผมรอเจ้านาย......ถ้าเจ้านายไม่บอกให้กิน ก็กินไม่ได้ รีไวจ้องมองดวงตากลมโตที่มองสบกับเขาตรงๆ มันช่างว่างเปล่าและใสซื่อเสียเหลือเกิน
ไปกินข้าวเถอะ.....ฉันหิวแล้ว จัดแจงหิ้วร่างบางติดมือเดินเข้าห้องอาหารไปด้วยกัน ข้าวต้มร้อนๆถูกตั้งสำรับไว้สองที่ เอเลนยังคงนั่งนิ่งในขณะที่รีไวเริ่มจัดการข้าวต้มในชามไปแล้ว
ทำไมไม่กิน
เอ่อ....คุณเอเลนค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องการดูแลตนเองอยู่น่ะครับ เบลทรูทกระซิบเบาๆ
ต้องให้ป้อนรึไง รีไวหันไปถามคนข้างๆ เอเลนส่ายหน้าก่อนจะค่อยๆตักข้าวต้มเข้าปากตัวเองช้าๆ รีไวจ้องมองท่าทีนั้นอยู่สักพักจึงหันไปพูดกับคนสนิทข้างกาย
เราคงมีเรื่องต้องคุยกันแล้วล่ะเบลทรูท
ครับ ผมก็มีเรื่องจะเรียนนายท่านเช่นกัน”


รีไวเหลือบมองร่างบางที่เอาแต่นั่งเล่นรีโมทโทรทัศน์แล้วก็กุมขมับ
ไม่ยอมทำอะไรเลยเหรอ
ครับ ดูเหมือนว่าถ้าไม่มีคำสั่งจากคุณ คุณเอเลนจะไม่ยอมทำอะไรเลย แม้แต่ตอนที่อาบน้ำ ผมก็ยังต้องจัดการให้ทั้งหมด
เฟอร์นันโด มันทำอะไรลงไปบ้าง ชายหนุ่มรำพึงกับตนเบาๆ
อีกอย่างนะครับ ถึงภายนอกจะดูไม่มีอะไรแต่ตามเนื้อตัวด้านในใต้ร่มผ้ากลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและรอยแผลเป็น ที่กลางแผ่นหลังก็มีรอยแผลเป็นที่เกิดจากการถูกไฟลวกค่อนข้างจะใหญ่อยู่ด้วย
รอยแผลเหรอ
ครับ
รีไวทอดสายตามองเอเลนอีกครั้งแล้วเอ่ยปากเรียก
เอเลน......มานี่สิ ร่างบางรีบวางรีโมทในมือแล้วเดินมาหา นัยน์ตากลมโตจ้องมองผู้เป็นนายนิ่ง รีไวมองสบดวงตาใสแจ๋วนั้นแล้ววางมือลงบนตักของตน
นั่งลง ร่างบางทรุดกายนั่งลงบนตักของชายหนุ่มแต่โดยดี ดวงตาคู่นั้นยังคงจ้องมองเขาไม่วางตา
ออกไปก่อน เบลทรูทเร้นกายออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ มือใหญ่ยกแตะแก้มใสเบาๆ เอเลนเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนยังคงนิ่งยินยอมให้เขาสัมผัสได้ตามใจชอบ มือใหญ่เลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีอ่อน แล้วรูดให้เสื้อหลุดออกจากกายบาง เรือนกายขาวนวนถูกแต่งแต้มด้วยรอยฟกช้ำและรอยแผลเป็นดังที่เบลทรูทว่าจริงๆ มือใหญ่ลูบไล้ไปตามรอยแผลเป็นแผ่วเบา ร่างกายที่ไวต่อการสัมผัสสั่นสะท้านน้อยๆ เมื่อเอื้อมไปสัมผัสที่แผ่นหลังแทนที่จะได้พบกับสัมผัสเนียนนุ่มกลับเจอกับผิวสัมผัสขรุขระของผิวหนังที่ถูกไฟลวกแทน รีไวขมวดคิ้วมุ่น
เฟอร์นันโด มันน่าเอาศพมาสับไปโยนให้ปลากินจริงๆ มือบางยกขึ้นเคาะเบาๆตรงกลางหว่างคิ้วของร่างสูง
เจ้านายโกรธ..........ไม่พอใจผมเหรอครับ
เปล่านี่....ไม่มีอะไร รีไวปั้นยิ้มตอบกลับไป เอเลนเอียงคอมองด้วยความฉงน ชายหนุ่มจุมพิตแก้มนิ่มเบาๆอย่างอ่อนโยน
ไปดูโทรทัศน์ต่อเถอะ จัดแจงสวมเสื้อให้เรียบร้อยแล้วปล่อยให้ร่างบางหลุดเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวอีกครั้ง รีไวทอดสายตามองเอเลนนั่งเล่นรีโมทแล้วนวดขมับตัวเองไปด้วย
คงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างแล้ว......
โทรทัศน์ที่ค่อยๆเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆปรากฏข่าวการฆ่าล้างงานประมูลขึ้นชั่วครู่ก่อนจะถูกเปลี่ยนไปช่องอื่น มือใหญ่ยึดรีโมทเอาไว้แล้วกดกลับไปที่ช่องข่าวอีกครั้ง
เบื้องต้นทางตำรวจได้สันนิษฐานว่า สาเหตุการสังหารครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการขัดแย้งผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งในระหว่างนี้ยังคงต้องรอการรวบรวมหลักฐานและผลสรุปที่แน่ชัดอีกทีค่ะ และนี่คือภาพสดจากที่เกิดเหตุค่ะ
สิ้นเสียงบรรยายของนักข่าวสาว ก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังถูกเหยี่ยวข่าวรุมทึ้งขึ้นมาแทนที่
ผู้กองสมิธคะ ไม่ทราบว่าตอนนี้ทางตำรวจได้ร่องรอยเบาะแสอะไรบ้างคะ
ผมยังไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้มาก เพราะตอนนี้ทางตำรวจกำลังอยู่ในช่วงกระบวนการสืบหาเบาะแสและรวบรวมหลักฐานอยู่ครับ
คาดกันว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งกันทางธุรกิจผิดกฎหมาย ผู้กองคิดว่าเหตุจูงใจในครั้งนี้เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนคะ
นั่นก็เป็นหนึ่งในข้อสันนิษฐานที่เราตั้งไว้ แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อได้ทั้งหมดหรอกครับ  ต้องรอการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานอื่นๆอีกอยู่ดี ผมยังฟันธงอะไรไม่ได้ครับ
เห็นว่ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ น่าจะได้เบาะแสมือสังหารเร็วๆนี้ใช่มั้ยครับ ผู้กอง
ต้องรอตรวจสอบก่อนครับ
ได้ยินว่ามีสินค้าที่หายออกไปจากงานประมูลด้วย ผู้กองคิดว่ามูลเหตุครั้งนี้น่าจะมากจากการปล้นชิงของประมูลหรือเปล่าคะ
ทางเรากำลังตรวจสอบอยู่ครับ.......เสียเวลามามากแล้ว ผมขอตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ก่อนนะครับ
ผู้กองครับ......ผู้กองเดี๋ยวค่ะ....... ภาพจากโทรทัศน์ถูกตัดไปเมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินออกจากหน้ากล้อง กลับมาสู่ห้องถ่ายทอดข่าว
ค่ะและนี่ก็เป็นสถานการณ์ล่าสุดในขณะนี้ หากมีรายงานข่าวคืบหน้าเช่นใด ทางเราจะนำมารายงานให้ทราบในทันทีค่ะ
รีไวยิ้มเย็นขณะที่ส่งรีโมทกลับคืนให้เอเลนกดเล่นอีกครั้ง

จะตายรอยฆาตกรเหรอ.........มีปัญญาก็หาให้เจอสิ

ร่างสูงที่เดินสลัดนักข่าวจนหลุดหันมาสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาที่เฝ้าอยู่หน้าทางเข้า
อย่าปล่อยให้พวกนักข่าวเข้ามาอีกนะ
ครับ.....ผู้กอง ผู้กองหนุ่มเดินผ่านแถบเทปกั้นสีเหลืองเข้าไปหากลุ่มคนที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจพิสูจน์ค้นหาหลักฐานภายในห้องประชุมใหญ่ที่กลายสภาพเป็นลานประหาร
ได้อะไรกันบ้างรึยัง
อ้าว......ผู้กอง หนีนักข่าวมาได้แล้วเหรอครับ หนุ่มร่างเล็กผมเกรียนที่ถือกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือหันมาทักพร้อมทั้งถ่ายรูปเขาไปหนึ่งแชะ
นายควรจะเก็บภาพศพกับสภาพที่เกิดเหตุ ไม่ใช่มาถ่ายรูปฉันนะโคนี่
ก็แหม.....ผู้กองเซเล็บของเราออกจะหล่อสูสีกับกัปตันนมโตที่กำลังเข้าโรงฉายอยู่เลยนี่นา ขนาดหน้าบูดเป็นตูดลิงแบบนี้ก็ยังหล่อเลยนี่คร้าบบบบ โคนี่กระเซ้าผู้บังคับบัญชาขณะที่หญิงสาวที่กำลังเก็บหลักฐานอยู่ข้างๆกันตีหน้ามึนเอ่ยรัวเร็ว
ฉันไม่เกี่ยวนะคะ ฉันไม่เกี่ยว หญิงสาวมัดผมหางม้าตอบยิ้มๆ พร้อมกับส่งถุงมือให้ผู้กองหนุ่มไปด้วย
ขอบใจซาช่า.........โคนี่เล่นมากๆ ระวังฉันจะจับแกโยนเข้าไปเล่นในคุกเสียเลยเป็นไงนายตำรวจหัวเกรียนทำหน้าตาโอเวอร์ร้องเสียงดัง
โอ๊ย!!!ผมกลัวจนฉี่จะราดแล้วเนี่ย
ถ้าฉี่จะราดก็รีบไสหัวออกไปเลย ฉี่ของนายมันจะทำลายที่เกิดเหตุ เดี๋ยวรูปคดีจะเสียไปเปล่าๆ
พูดได้ดีนี่ซาช่า สอบปากคำผู้รอดชีวิตที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้อะไรมาบ้าง
พยานผู้รอดชีวิตให้การว่า ตั้งแต่เริ่มงานประมูลทุกอย่างยังคงเป็นไปด้วยดีเหมือนกับการประมูลทุกครั้งที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์โกลาหลเริ่มขึ้นเมื่อถึงการประมูลสินค้าล็อตสุดท้ายค่ะ
สินค้าล็อตสุดท้ายเหรอ
ค่ะ.....ตุ๊กตามนุษย์
ตุ๊กตายางน่ะเหรอ โคนี่โพล่งขึ้นมา
ในหัวนายมีแต่เรื่องนั้นรึไงโคนี่ ถ้าเป็นตุ๊กตายางจริง สั่งซื้อตามร้านเซ็กซ์ทอยในเน็ทไม่ง่ายกว่ารึไง
ตุ๊กตามนุษย์ที่ว่า.....คงไม่ได้หมายถึงคนจริงๆใช่มั้ย
เป๊ะเลยแหละ......ซาช่าตอบพร้อมกับดีดนิ้วด้วยความถูกใจ
ตุ๊กตามนุษย์คือกลุ่มคนที่ถูกขายเพื่อเป็นของเล่นและสัตว์เลี้ยงให้กับเหล่าผู้ร่วมงานประมูลค่ะ ผู้รอดชีวิตว่ามาอย่างนั้น
นี่มันเป็นการค้ามนุษย์ชัดๆ ไอ้สมาคมใต้ดินพวกนี้ โดนถล่มยับได้เสียก็ดี ลองเอาลูกเอาเมียพวกมันมาขายดูบ้าง จะรู้สึกยังไง
โคนี่ อย่าหลงประเด็น เรากำลังสืบหาข้อเท็จจริงอยู่ อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวใส่ลงไปในงานด้วย.......ว่าต่อไปเถอะ ซาช่า
ค่ะ พยานให้การว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อเริ่มประมูลตุ๊กตามนุษย์ของเฟอร์นันโด เดรุส ในขณะที่เขากำลังกล่าวอ้างสรรพคุณตุ๊กตาของตนอยู่เสียงปืนก็ดังขึ้น ร่างของเฟอร์นันโด เดรุสล้มลงกับพื้นพร้อมเลือดและมันสมองที่สาดกระจาย หลังจากนั้นเรื่องก็ลุกลามไปใหญ่ ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากกราดยิงใส่กันโดยไม่สนว่าใครเป็นใคร ผู้เสียชีวิตมีมากกว่าครึ่ง และบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่ามือปืนที่สังหารเฟอร์นันโด เดรุสคือคนของฝ่ายไหนกันแน่ค่ะ
ยิ่งต่างฝ่ายต่างกราดยิงใส่กันแบบนั้น จะจับมือใครดมก็ไม่ได้สินะ ผู้กองสมิธเกาคางครุ่นคิด
แต่มีอีกข้อมูลหนึ่งที่ฉันได้รับจากฝ่ายจัดงานประมูลหลังจากตรวจสอบสินค้าทั้งหมดดูแล้วค่ะ ผู้กอง
ว่ายังไง
สินค้าที่หายไปจากงานประมูลมีเพียงอย่างเดียวค่ะ ตุ๊กตามนุษย์ของเฟอร์นันโด หายไปอย่างไร้ร่องรอย!!!”



มือบางที่กำลังกดแป้นรีโมทจำต้องหยุดลงเมื่อถูกมือนุ่มๆของใครบางคนกุมเอาไว้ เอเลนหันไปมองใบหน้าแย้มยิ้มของเบลทรูทที่อยู่ใกล้ๆ
อาหารเที่ยงพร้อมแล้วนะครับ
เจ้านาย?
คุณรีไวสั่งไว้ว่าให้คุณทานข้าวเที่ยงได้เลย ท่านติดธุระอยู่น่ะครับ เอเลนพยักหน้ารับ เดินตามหนุ่มร่างสูงที่จูงมือไปยังห้องอาหารแต่โดยดี ตอนนี้เบลทรูทเรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับเอเลนแล้ว ไม่ว่าจะให้ทำอะไรเพียงแค่บอกว่าเป็นคำสั่งของเจ้านาย เอเลนก็จะทำตามในทันที
คุณรีไวบอกให้คุณทานมากๆ.......ถ้าอยากได้อะไร ก็บอกผมได้นะครับ เบลทรูทบอกกับร่างบางขณะที่ช่วยหั่นชิ้นเนื้อในจานให้เป็นชิ้นเล็กๆให้ ซึ่งเอเลนก็พึมพำขึ้นมาทันที
แจน?......


ว่ายังไงนะ!!! เอเลนถามหาแจนเหรอ เสียงทุ้มกรอกลงไปบนโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก
ครับ พอผมพูดว่าอยากได้อะไรให้บอก คุณเอเลนก็พูดถึงแจนขึ้นมาทันทีเลยครับ เบลทรูทที่ปลีกตัวออกมาโทรศัพท์รายงานความเคลื่อนไหวตอบกลับไปเบาๆ
คุณ จะให้ผมตอบคุณเอเลนว่ายังไงดีครับ
ไม่ต้องไปสนใจ เอาไว้ฉันจัดการเอง ร่างสูงกดตัดสายทิ้งไป แล้วเดินกลับเข้าห้องผู้ป่วยหนัก นั่งลงเคียงข้างเตียงผู้ป่วยของชายชราผู้ซึ่งนอนเหยียดกายนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเช่นเคย
สิ่งที่ผมทำมันถูกต้องแล้วใช่มั้ยครับคุณพ่อ ผมทำดีแล้ว ตอนนี้เขาอยู่กับผมแต่ก็เหมือนเป็นคนละคน แสงสว่างดวงน้อยริบหรี่ลางเลือนจนน่าใจหาย ทำยังไงผมถึงจะได้เขาคืนกลับมา....คุณพ่อช่วยบอกผมทีสิครับ ผมอยากได้เอเลนคนเดิมของผมกลับมาเหลือเกิน
ไม่มีคำตอบใดๆตอบกลับมาจากผู้เป็นพ่อ มีเพียงเสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงเครื่องตรวจจับสัญญาณชีพที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเพียงเท่านั้น
“ได้โปรด......ลุกขึ้นมาบอกผมทีสิครับ ทำยังไง เอเลนของผมถึงจะกลับมา.........”


หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องผู้ป่วยร่วมชั่วโมง ร่างสูงก็กลับออกมา
กลับเลยมั้ยครับนายท่าน หนึ่งในผู้ติดตามเอ่ยถามขึ้น
ยัง ไปแผนกผู้ป่วยศัลยกรรมก่อน

แผนกผู้ป่วยศัลยกรรมค่อนข้างจะอยู่ห่างจากแผนกผู้ป่วยหนักพอสมควร แต่ตลอดสองข้างทางที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแสดงอาการทักทายชายหนุ่มอยู่เป็นระยะ.......ก็ในเมื่อเขาเป็นผู้มีอุปการคุณต่อโรงพยาบาลรายใหญ่ ยังไงก็ต้องประจบเอาใจไว้ก่อน
ประตูห้องผู้ป่วยพิเศษเปิดกว้างทิ้งไว้ ด้านในยังมีหมอสาวตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วยอยู่พอดี
ถ้ารู้สึกปวดแผลขึ้นมาก็แจ้งพยาบาลได้นะ หมอสั่งยาแก้ปวดเอาไว้ให้แล้ว ช่วงนี้คุณก็อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวร่างกายมากนัก พักฟื้นให้เต็มที่เสียก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยเริ่มฝึกกายภาพบำบัดกัน
อาการดีขึ้นบ้างมั้ย รีไวที่ยืนกอดอกรออยู่หน้าประตูเงียบๆเอ่ยถามขึ้น
อ้าว!!! มาแล้วเหรอคุณชาย เล่นเขาหนักซะขนาดนี้ยังมีหน้ามาถามนะ” แพทย์สาวเอ่ยกระเซ้าชายหนุ่มอย่างคุ้นเคย ในขณะที่อีกฝ่ายดูจะไม่อยากมีส่วนร่วมกับอารมณ์ขันนี้เลย
“โดยรวมแล้วบาดแผลถูกยิงตามร่างกายไม่มีการอักเสบติดเชื้ออะไรแต่ก็ยังต้องให้ยาฆ่าเชื้อต่อไปก่อน ส่วนแผลผ่าตัดใบหน้าต้องใช้เวลาราวๆหนึ่งเดือนจึงจะเปิดแผลได้
รีไวปรายตามองร่างสูงโปร่งที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลทั้งตัวไม่ต่างจากมัมมี่ที่นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย
เปลี่ยนไปมากแค่ไหน
ก็....ตามที่นายสั่งนั่นแหละ ฉันพยายามทำเท่าที่ทำได้ ถึงจะผ่าเปลี่ยนทั้งหน้าแต่ก็ยังพอมีเค้าเดิมอยู่ การผ่าตัดสำเร็จราบลื่นดี ส่วนผลที่ได้คงต้องรอดูกันอีกทีวันเปิดแผล ตัวคนป่วยแม้จะได้ยินทุกคำสนทนา แต่เขาเองกลับไม่ใคร่จะสนใจนัก สิ่งเดียวที่เขากำลังคิดถึงตอนนี้มีเพียง

อีกหนึ่งเดือนเท่านั้น ผมจะได้กลับไปพบคุณชายแล้วนะครับ
ก็ดี ยังไงก็ฝากเธอด้วยละกัน ฮันซี่
โอเค ยังไงนี่ก็เป็นหน้าที่ฉัน และถ้านายไม่ว่าอะไรนะไอ้คุณชาย ฉันขอตัวไปปฏิบัติหน้าที่ตรวจคนไข้คนอื่นก่อนก็แล้วกัน เมื่อหมอสาวออกไปจากห้อง รีไวจึงหันไปพูดกับคนที่นั่งเงียบอยู่บนเตียง
 ฟื้นตัวเร็วดีนี่ อึดแบบนี้ ค่อยทนมือทนเท้าหน่อย
.............. แจนนิ่งเฉยต่อถ้อยคำเหล่านั้น
คิดว่าจะได้มาเห็นสภาพน่าสมเพชกว่านี้ด้วยซ้ำ ผิดคาดจริงๆ
......................
ที่มาวันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่มาบอกว่า เอเลนน่ะ เขาอยากจะเห็นหน้าแจนของเขาจะแย่อยู่แล้ว แจนตวัดตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความกราดเกรี้ยว รีไวหัวเราะเบาๆ มือใหญ่บีบลงบนไหล่ตรงตำแหน่งที่ตนเคยฝากลูกกระสุนปืนเอาไว้อย่างแรง
ฉันแทบจะทนรอดูสีหน้าแกตอนที่เจอกับคุณชายอีกครั้งไม่ไหวเชียวล่ะ......แจน อ๊ะ.....ไม่ใช่สิ ต้องเป็น เอิร์ด จิน สินะ
ร่างโปร่งหอบสะท้านเพราะความเจ็บปวดและเจ็บแค้นที่ฝังในใจ ถ้าหากสามารถฆ่าไอ้ผู้ชายโรคจิตคนนี้ได้ เขาจะทำมันทันทีอย่างไม่ลังเล ส่วนรีไวก้มมองผ้าพันแผลชุ่มเลือดแล้วยิ้มเย็น
“อ้าว!!! เลือดออกเสียแล้วนี่ สกปรกชะมัด” มือใหญ่ป้ายเช็ดลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวด้วยความรังเกียจแล้วหันไปพูดกับคนป่วยด้วยท่าทีเย้ยหยัน
“ปากแผลเปิดแบบนี้คงหายช้าหน่อยนะ กว่าจะได้เจอคุณชายของแกก็คงอีกนาน......รีบๆหน่อยล่ะ ลูกกวางน้อยที่อยู่ในถ้ำเสือจะถูกขย้ำกินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะ.....แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ชายหนุ่มส่งยิ้มร้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี แจนได้แต่มองตามไปอย่างอาฆาตแค้น ลำพังบาดแผลตามร่างกายตอนนี้แค่คิดจะขยับก็ยังยากแล้ว ผู้ชายคนนั้นยังตามมาซ้ำเติมเขาไม่เลิก แต่ไม่ว่าชายคนนั้นจะเป็นใครและมีเป้าหมายอะไรแจนก็ได้ให้สัตย์สาบานแก่ตัวเองไว้แล้ว

สักวัน จะต้องฆ่ามันให้ได้!!!




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น